กระทรวงพาณิชย์ เกาะติดสถานการณ์เบร็กซิท เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการไทย

20/10/2019 13:00
 

   นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และประธานกรรมาธิการยุโรป ได้ร่วมกันแถลงว่า สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป หรือ อียู สามารถบรรลุข้อตกลงฉบับใหม่ว่าด้วยการถอนตัวของสหราชอาณาจักรจากการเป็นสมาชิกอียูได้แล้ว และอยู่ระหว่างนำข้อตกลงดังกล่าวเสนอให้รัฐสภายุโรป และรัฐสภา สหราชอาณาจักรเห็นชอบ เพื่อให้ทันกำหนดที่สหราชอาณาจักรจะต้องออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ หากข้อตกลงฉบับนี้ ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาของทั้งสองฝ่าย สหราชอาณาจักรก็จะสามารถออกจากการเป็นสมาชิกอียูได้ แต่จะมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่านจนถึงสิ้นปี 2563 โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ สหราชอาณาจักรจะยังคงเป็นสมาชิกอียูและใช้กฎระเบียบของอียู ปูทางให้ภาคธุรกิจเเละพลเมืองทั้งสองฝ่ายมีเวลาในการปรับตัว รวมทั้งผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจกับสหราชอาณาจักรและอียูก็จะมีเวลาในการเตรียมความพร้อมเช่นกัน  แต่หากรัฐสภาสหราชอาณาจักรไม่เห็นชอบข้อตกลง สหราชอาณาจักรก็อาจมีทางเลือก คือ ขอให้อียูขยายกำหนดเบร็กซิทออกไป เพื่อให้มีเวลาในการเจรจาจัดทำข้อตกลงถอนตัวที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย หรือ ออกจากการเป็นสมาชิกอียูแบบไม่มีข้อตกลง หรือ โนดีล เบร็กซิท ซึ่งจะมีผลด้านภาษีกับสินค้าหลายรายการทันที บางรายการเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการไทย ซึ่งควรใช้โอกาสนี้สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับสินค้าส่งออกของไทย โดยเฉพาะสินค้าศักยภาพ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์และจิวเวลรี่ ทั้งนี้ ในปี 2561 สหราชอาณาจักรนำเข้าสินค้าจากไทยมูลค่ากว่า 3,963 ล้านเหรียญสหรัฐ 




ไฟล์แนบ
ไม่พบไฟล์แนบ

 
 
สถิติการเข้าใช้งาน
ผู้เข้าชมวันนี้
3,066
ทั้งหมด
1,068,221