กรมชลประทาน เน้นย้ำทุกภาคส่วน เข้มงวดบริหารน้ำทุกหยดอย่างรู้คุณค่า เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกน้อยลงในระยะนี้ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและน้ำท่ามีน้อย

09/07/2020 12:00
 

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผย หลังการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  และสำนักงานชลประทานเครือข่าย SWOC ทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน  ซึ่งสถานการณ์น้ำ ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่    และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบัน (8 ก.ค. 63) มีปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกันประมาณ  32,018 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 8,365 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีกกว่า 44,000 ล้าน ลบ.ม.  ส่วนผลการเพาะปลูกข้าวนาปี ล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ค. 63) ทั้งประเทศมีการทำนาปีไปแล้ว ประมาณ 6.71 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 39 ของแผนฯ จากแผนวางไว้ 16.79 ล้านไร่ อย่างไรก็ตามถึงแม้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนมาแล้วกว่า 50 วัน แต่เนื่องจากมีฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำและน้ำท่าจึงมีไม่มากนัก ดังนั้น การบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำต้องเป็นไปตามแผนอย่างรัดกุม ใช้น้ำทุกหยดอย่างรู้คุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยา  พี่น้องเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวตามแผนไปแล้ว กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำท่าในแหล่งน้ำธรรมชาติให้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดความเสียหายต่อผลผลิตข้าวที่ได้เพาะปลูกไปแล้ว ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่ได้ทำการเพาะปลูกควรรอหลังกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกมากขึ้น  และตกสม่ำเสมอไปจนถึงเดือนกันยายน จึงเหมาะสมแก่การเพาะปลูก




ไฟล์แนบ
ไม่พบไฟล์แนบ

 
 
สถิติการเข้าใช้งาน
ผู้เข้าชมวันนี้
929
ทั้งหมด
1,405,885